posted on 01 Mar 2010 19:37 by idodonline
เนื่องจากในปัจจุบันการเจ็บป่วยมีได้หลายรูปแบบ
แต่ละรูปแบบมีอาการที่คล้ายกัน
โดยแยกแต่ละประเภทของโรคได้ยาก
เพราะในปัจจุบัน
อาการของโรคแต่ละชนิดจะมีอาการเริ่มแรกที่คล้ายกันออกไป
จนผู้คนส่วนใหญ่ละเลยในการพบแพทย์
และหายามารับประทานเอง
แน่นอนคงไม่พ้นการซื้อยาเอง
โดยขาดการตรวจสุขภาพที่ถูกวิธี
และการซื้อยามารับประทานที่สะดวกก็คงไม่พ้นการจัดยาชุดของร้านขายยา
ซึ่งการใช้ยาชุดนี่เองทำให้เราขาดการเข้าใจในโรคที่ถูกวิธี
ในวันนี้ เราจึงมี นายแพทย์
พรชัย ลิขิตศานต์ แพทย์อายุรกรรม
ทั่วไป โรงพยาบาลเมโย
มาให้ข้อมูลและอันตรายจากยาชุด
ดังนี้
คำว่า ยาชุด หมายถึง
ยาหลายอย่างๆ ที่จัดไว้ให้ในซอง
อาจรักษาโรคได้หลายๆอาการ
หรือบางชุดอาจรักษาโรคหรืออาการได้เพียงอย่างเดียว
ยาแผนปัจจุบันจะพบว่าประกอบไปด้วยยาเม็ดหลายๆชนิด
หลายสี แบบที่เห็นกันบ่อยๆ
คือ สีฟ้า สีส้ม สีเหลือง
เป็นต้น และมักมีสรรพคุณรักษาได้หลายโรคในชุดเดียวกัน
อย่างยาแก้ปวดเมื่อยสารพัดชนิด
ยากแก้ไข้หวัด แบบนี้จะมีเยอะ
ซึ่งส่วนมากทางโรงพยาบาลจะไม่จัดยาชุดแบบนี้ให้
จะแจกแจงว่ายาชนิดไหน
รักษาโรคใด อาการใด
ซึ่งจะมีการเขียนไว้ที่ซองกำกับไว้อย่างชัดเจน
ส่วนอันตรายจากยาชุด
หากเป็นยาชุดที่มีส่วนผสมของสารเสตียรอยด์ก็จะทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้
เพราะยาเสตียรอยด์นั้นเป็นยาที่ค่อนข้างแรง
และส่งผลกระทบต่อร่างกาย
หากใช้ไม่ถูกวิธี
ส่วนยาชุดที่มีบรรจุยาสำหรับรักษาหลายโรคหลายอาการอาจทำให้ได้รับยาเกินความจำเป็น
ยิ่งถ้าทานแล้วแพ้
แพทย์จะวินิจฉัยโรคได้ยากว่า
แพ้ยาตัวใดกันแน่
และบางคนถ้าหากทานยาชุดที่มีส่วนผสมของเสตียรอยด์
ก็จะมีอาการปวดท้องเนื่องจากเลือดออกในกระเพาะอาหาร
เพราะเสตียรอยด์ไปกัดกระเพาะอาหาร
หรือทานไปเป็นระยะเวลานาน
อาจทำให้หน้าบวมและมีปัญหาโรคกระดูกบางตามมา
หรือเป็นแผลในกระเพาะอีกด้วย
ส่วนยาชุดที่เป็นอันตรายที่สุดก็จะเป็นยาชุด
ประเภทแก้ปวด
edit @ 1 Mar 2010 19:43:10 by ido D
posted on 01 Mar 2010 19:30 by idodonline
วิธีการดูแลสุขภาพในปัจจุบัน
"วิถีการดูแลสุขภาพของตัวเอง
และคนใกล้ตัวในปัจจุบันนี้
กำลังมุ่งเข้าสู่หนทางที่ตีบตันเข้าไปทุกที"
เศรษฐกิจที่ตกต่ำ
อัตราการเลิกจ้างงานสูง
ทำให้ทั้งนายจ้างและลูกจ้าง
ตกอยู่ในสภาพเดียวกัน
นายจ้างไม่สามารถหางานมาทำเพื่อให้มีรายได้เพียงพอที่จะจ้างลูกจ้าง
ลูกจ้างไม่รู้จะไปหางานทำที่ไหน
เพื่อให้เพียงพอต่อราย
จ่ายในครอบครัว ความเครียดย่อมเกิดขึ้น
ความเจ็บป่วยก็ตามมาแน่นอน
แล้วจะเอาเงินที่ไหนเพียงพอจ่ายค่ารักษา
เพราะเงินที่ได้รับในแต่ละเดือน
มีพอแค่การกินอยู่ในครอบครัวเท่านั้น
บางคนที่มีบัตรทอง 30
บาท หรือบัตรประกันสังคม
ซึ่งก็มีคนไข้เข้า
รับการรักษามากจนผู้ถือบัตรไม่กล้าป่วย
ถ้าหากคนป่วยเป็นคุณพ่อ
คุณแม่ ปู่ ย่า ตา ยาย
ที่ไม่มีบัตรรักษา
ก็จะตกเป็นภาระแก่ลูก หลาน
คนใกล้ตัว ที่จะต้องหาเงินมารักษา
เนื่องจากระบบการรักษาของโรงพยาบาล
คนไข้ต้องเผชิญกับการรักษาที่ซับซ้อน,
ค่าอุปกรณ์,
เครื่องมือรักษา,
ยาเคมี ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่สูง
หลังจากเศรษฐกิจได้รับการกระตุ้นแก้ไขให้ดีขึ้น
เศรษฐกิจก็ต้องฟื้น การแพทย์
การรักษาก็ต้องทันสมัยขึ้น
ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาก็ต้องเพิ่มขึ้น
แต่รายได้ที่ได้รับนั้น
อย่างที่กล่าวมาข้างต้น
เพียงพอ แค่การกินอยู่ในครอบครัวเท่านั้น
ไม่ได้มีเพียงพอที่จะจ่ายค่ารักษาโรค
ที่เหนือความคาดหมาย เช่น
โรคหัวใจ,
เนื้องอก,
มะเร็ง,อัมพาต
แค่โรคที่ต้องจ่ายเป็นประจำทุกเดือน
ก็เป็นเงินที่ต้องเจียดจากเงินออม
ครอบครัวไหนไม่มีเงินออม
ก็ต้องกู้หนี้ยืมสินมา
จากผู้อื่น เราจะเห็นว่าวิถีการดูแลสุขภาพของตัวเอง
และคนใกล้ตัวในปัจจุบันนี้
กำลังมุ่งเข้าสู่หนทางที่ตีบตันเข้าไปทุกที
ถ้าเรา ปล่อยให้ร่างกายป่วย
เราจะไม่มีเงินออมเหลือไว้ใช้ยามเกษียณ
หรือยามที่เราไม่สามารถทำงานได้อีกเลย
เราจึงต้องทำให้ตัวเอง
และบุคคลในครอบครัวไม่ป่วยเลย
นอกจากนี้ เพื่อความปลอดภัยก็ยังต้องทำให้คนรู้จัก
คนรอบข้าง ไม่ป่วยด้วย
เพราะหากคน ใกล้ตัวป่วย
เขาก็อาจจะต้องหยิบยืมเงินเราไปรักษาอาการป่วยอยู่ดี
แล้วเราจะทำให้ไม่ป่วยได้อย่างไร
เป็นไปได้จริงหรือ บทความนี้เป็น
บทนำของหนังสือ "ใครไม่ป่วยยกมือขึ้น"
posted on 01 Mar 2010 19:26 by idodonline
สังเกตความเสี่ยง
เพิ่มการป้องกัน
โรคมะเร็งเป็นโรคที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค
เราเชื่อว่าเกิดจากการกินผิด
และใช้ชีวิตผิด
ซึ้งหากเมื่อถามหาปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งเต้านมว่า
มีอะไรบ้างนั้น
…….
เพศ
ผู้หญิงมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมมากกว่าผู้ชาย
100-200
เท่า เพราะผู้หญิงมีฮอร์โมนเอสโทรเจน
ซึ้งเป็นตัวการสำคัญในการกระตุ้นหรือเปลี่ยนแปลงเซลล์ปกติของเต้านมให้กลายไปเป็นเซลล์มะเร็ง
ผู้หญิงที่ไม่แต่งงาน
ไม่มีลูกหรือมีลูกเมื่ออายุเกิน
30
ปีหรือไม่ให้ลูกกินแม่จะมีความเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมมากกว่าคนทั่วไป
อย่างไรก็ตาม
ไม่มีการรับประกันว่าท่านสุภาพบุรุษทั้งหลาย
จะไม่สามารถเป็นมะเร็งเต้านมได้
วิธีป้องกัน
เมื่อเลี่ยงการเป็นผู้หญิงไม่ได้
เวลามีลูกควรให้ลูกกินนม
วิธีเช็คเต้านม
-
ทำความคุ้นเคยกับเต้านมของตัวเอง
เช็คทุกวัน สังเกตความเปลื่ยนแปลง
-
ถ้าเจอความผิดปกติ
อย่าเพิ่งตีโพยตีพาย รออีก
1
เดือนแล้วให้เช็คความผิดปกติด้วยตัวเองอีกครั้ง
ถ้าเกิดความเปลี่ยนแปลงจึงไปหาหมอ
-
ส่วนใหญ่ความผิดปกติที่ส่อโรคมะเร็งมักเป็นก้อนขนาดเท่าเม็ดถั่ว
มีขนาดเปลี่ยนแปลงไป
ภายใน1
เดือน
แต่มักไม่มีความเจ็บปวดใดๆ
-
ช่วงระยะเวลาที่เหมาะสมในการเช็คหาความผิดปกติอื่นๆ
ที่ไม่ได้เกิดจากความเปลี่ยนแปลง
ของฮอร์โมนจากการมีประจำเดือน
คือ ช่วงระหว่างวันที่ 5-7
หลังจากหมดประจำเดือน
edit @ 1 Mar 2010 19:52:41 by ido D